[JH] Haunted House : 6-2

posted on 09 May 2012 16:22 by jhloveproject in Fiction directory Fiction

- 6 - : ปิศาจร้ายท้ายหมู่บ้าน 2

           

ทันทีที่กลับมาถึงหมู่บ้าน คนในตระกูล Onose กับ Inoue ต่างออกมารอคอยกันพร้อมหน้า ร่างของ Inoran ที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกชิเมนาวะ ถูกนำเข้าไปในห้องทำพิธี ภายในห้องนั้นได้ลงอาคมชั้นสูงเอาไว้อย่างแน่นหนา บนพื้นวาดวงเวทย์สะกดวิญญาณ และรายล้อมด้วยกิ่งของต้นซัมบง[1] (Sambong)


J กับ Ken ถูกพาเข้าไปนั่งประชุมอยู่ในห้องโถงเล็ก ซึ่งมีพ่อแม่ของ J และของ Inoran นั่งอยู่กันพร้อมหน้า และที่สำคัญยังมีหญิงสาวนามว่าฮารุนะ คู่หมั้นหมายของ Inoran นั่งอยู่ด้วย


“เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ?” J เป็นคนเริ่มเปิดประเด็น


“Jun แกคงรู้ดี เรื่องอาคมที่ใช้สะกดปิศาจตนนั้น จะเสื่อมลงทุกๆ 50 ปี ผู้นำตระกูลทุกรุ่นจะต้องเข้าไปเสริมผนึกให้แข็งแกร่ง...”


J พยักหน้ารับกับเรื่องที่มารดาตนกำลังบอกเล่า เรื่องนี้เขารู้มาตั้งนานแล้ว เมื่อรุ่นนี้ Inoran ขึ้นเป็นผู้นำก็ต้องเป็นคนเข้าไปเสริมผนึก แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือว่า ทำไม Inoran ถึงถูกสิงร่างได้ พลังวิญญาณของ Inoran ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเขาเท่าไหร่เลย


“เรื่องนี้มันมีสาเหตุค่ะ” ฮารุนะผู้นั่งนิ่งเงียบเอ่ยปากพูดขึ้นมาบ้าง ในมือของเธอยังถือหลัวผาน[2]ไว้อันหนึ่ง


“ตามวันเดือนปีเกิด และเวลาตกฟาก ของคุณ Inoran ช่วงเวลานี้ถือว่าดวงชะตาเข้าสู่ช่วงวันมหาวิปโยคในหนึ่งช่วงชีวิต”


“หมายความว่ายังไง?” J รีบถาม


“ถ้าเป็นคนปกติธรรมดา ก็คงจะเป็นช่วงดวงตกสุดๆ แต่หากเป็นผู้มีพลังวิญญาณแล้ว นั่นหมายถึงเป็นช่วงเวลาที่พลังวิญญาณลดต่ำลงถึงขีดสุด อันที่จริงหากทราบล่วงหน้า ก็เพียงแค่เก็บตัวสักระยะหนึ่ง รอจนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไป ทุกอย่างก็จะกลับคืนเหมือนเดิม แต่ไม่นึกว่าวันมหาวิปโยคของคุณ Inoran จะมาเกิดเอาช่วงเวลาที่ต้องไปเสริมผนึกปิศาจร้ายนั่น” ฮารุนะอธิบายพลางก้มหน้านิ่ง หากเธอรีบทำนายดวงชะตาของ Inoran แต่เนิ่นๆ ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้


“เธอเป็นนักทำนาย แล้วปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?!” Ken เสียงแข็งใส่หญิงสาวตรงหน้า ฮารุนะถูกระบุตัวว่าเป็นคู่หมั้นหมายของ Inoran ถึงแม้ทั้งสองจะไม่มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น แต่เธอคือผู้หญิงที่ถูกเลือกแล้วเพื่อให้กำเนิดทายาทของ Inoran ซ้ำเธอยังเป็นนักทำนายมือฉมัง แต่กลับไม่ได้เตือน Inoran ถึงเรื่องนี้


“Ken ใจเย็น...” J ส่งเสียงปราม เขาเข้าใจว่าเพื่อนร้อนรนขนาดไหน แต่การจะโทษฮารุนะฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยู่กับ Inoran ที่หมู่บ้านนี่ตลอดเวลา เพราะหลังจากตกลงเรื่องการให้กำเนิดทายาทได้แล้ว พวกเขาก็ไม่มีพันธะผูกพันกันอีก


“ขอโทษค่ะ” ฮารุนะก้มศีรษะลงต่ำ น้ำเสียงปนสะอื้นที่เปล่งออกมา ทำให้รู้ว่าเธอรู้สึกผิดมากแค่ไหน


“ช่างเถอะ เรื่องมันเกิดไปแล้ว ตอนนี้หาวิธีแก้ดีกว่า” J กล่าวปลอบ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หาก Inoran ดวงตกช่วงนี้ แล้วตัวเขาล่ะ ?


ถ้าดันมาซวยพร้อมกัน จะไม่ยิ่งแย่ไปกันใหญ่เหรอ ? ก็ในเมื่อเขากับ Inoran เกิดห่างกันแค่เดือนเดียว


“เดี๋ยวก่อนนะ แล้วดวงของฉัน ช่วงนี้เป็นไงบ้าง?”


“ไม่เป็นไรค่ะ ก่อนหน้านี้พอทราบเรื่อง ทางคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ เลยให้ฉันช่วยทำนายดวงชะตาของคุณเอาไว้ก่อน” ฮารุนะรีบบอก พลางเริ่มต้นอธิบายถึงช่วงวันมหาวิปโยคให้ทุกคนเข้าใจ


วันมหาวิปโยคถือเป็นช่วงเวลาที่ชะตาชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด แน่นอนว่าจะทำให้เจ้าของดวงชะตาพบเจอแต่เรื่องร้ายๆ จนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะพบเจอช่วงเวลานี้ เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่ได้มีอายุไขยืนยาวจนพบเจอกับช่วงวันมหาวิปโยค หากเกิดกับคนธรรมดา ก็คงจะเรียกว่าเป็นช่วงคราวเคราะห์ เผชิญทุกข์ยากลำบาก


แต่สำหรับผู้มีพลังวิญญาณแล้ว วันมหาวิปโยคถือว่าร้ายแรงอย่างยิ่ง เมื่อพลังวิญญาณลดต่ำลง ย่อมดึงดูดเอาสิ่งชั่วร้ายเข้ามาหา ซ้ำร้ายยังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้


“ยังไงก็ต้องหาทางให้เจ้าปิศาจออกจากร่าง Kiyonobu ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเรื่องอาจจะยิ่งแย่ไปกว่านี้ การที่วันนี้แกจับตัวมันกลับมาได้ง่ายๆ เพราะว่าเจ้าปิศาจยังไม่ได้อิทธิฤทธิ์กลับคืนมาทั้งหมด และที่สำคัญมันยังไม่รู้ว่าสมควรใช้ร่างของ Kiyonobu ยังไง”


มารดาของ J อธิบายเสียงเครียด เพราะหากช่วงวันมหาวิปโยคผ่านพ้น แล้วพลังวิญญาณของ Inoran กลับคืน โดยยังมีเจ้าปิศาจจิ้งจอกสิงอยู่ในร่าง ไม่ต้องคิดเลยว่าพลังนั้นจะเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศแค่ไหน ถ้าทั้งพลังปิศาจและพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งผนึกรวมกัน แม้แต่คนทั้งตระกูลก็คงยากจะสะกดวิญญาณปิศาจตนนั้นอีกครั้ง


และคงเหลือเพียงวิธีเดียวนั่นคือกำจัดทั้งคนทั้งปิศาจไปพร้อมกัน
 


“แล้วต้องทำยังไงถึงจะให้มันออกจากร่าง Kiyo ได้?” J ถามไปอย่างสงสัย


“เรื่องนี้ออกจะยุ่งยากอยู่สักหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธี เพราะยังไงครั้งหนึ่ง คนในหมู่บ้านเราก็เป็นคนสะกดมันเอาไว้ได้ วิธีการโดยละเอียดอาจต้องไปถามผู้นำของตระกูลนั้น” มารดาของ J อธิบายเสียงขรึมพลางจ้องมองไปทาง Ken


“ต...ตระกูลผมเหรอ?” Ken ตกใจ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูล Kitamura ของตัวเอง จะเป็นผู้สะกดวิญญาณปิศาจร้ายตนนั้นเอาไว้ได้


“ก็ไม่เชิง ผู้ที่ลงอาคมสะกดปิศาจร้ายไว้ที่ศาลท้ายหมู่บ้าน คือผู้นำตระกูล Onose ในยุคนั้น แต่ผู้ที่ขับไล่ปิศาจร้ายออกจากร่างมนุษย์ที่มันสิงสู่อยู่ คือนักบวชต้นตระกูล Kitamura ของแกเจ้า Ken”



เบื้องหน้าบันไดสูงชันที่ทอดยาวขึ้นไปบนเขา เป็นวัดขนาดกลางที่คงความเก่าแก่มาหลายร้อยปี ลานกว้างหน้าวัดเงียบสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปีแผ่กิ่งก้านสาขารกครึ้ม


ชายหนุ่มสองคนยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าบันไดทางขึ้นเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว


“ถ้ามึงไม่อยากไป กูจะไปคนเดียว” J เอ่ยขึ้น เพราะรู้ดีว่าเพื่อนลำบากใจมากขนาดไหน ที่ต้องกลับมาเหยียบสถานที่แห่งนี้


“ม..ไม่ กูก็อยากรู้วิธีช่วย Ino เหมือนกัน” Ken สูดลมหายใจลึก พลางเริ่มขยับก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดหิน ด้วยสองขาที่หนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตรวน


J ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนขยับเดินตาม โดยมี Hyde ลอยตามมาเกาะหลังชายหนุ่มเอาไว้


“J ทำไม Ken-Chan ต้องวิตกขนาดนั้น พ่อของ Ken-Chan ดุมากเหรอ?” เจ้าตัวเล็กแอบกระซิบถาม


“ดุน้อยกว่าแม่ฉันแล้วกัน” J อมยิ้มเจื่อนตอบกลับไป จริงๆ เรื่องของสองพ่อลูกคู่นี้ มันอยู่ที่ทิฐิของแต่ละคนต่างหาก Ken รักอิสระ และชอบใช้ชีวิตตามใจตัวเอง ดังนั้นการที่รู้ว่าอนาคตตัวเอง จะต้องจมปลักอยู่ในวัดนี้ โดยที่ยังไม่ได้สัมผัสโลกภายนอกให้สมใจอยาก Ken จึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ดังนั้นจึงตัดสินใจหนีออกไป


ส่วนพ่อของ Ken ก็ลั่นวาจาตัดหางปล่อยวัดลูกคนนี้ไปแล้ว จึงแทบไม่เคยติดต่อมาถามสารทุกข์สุขดิบเลยสักครั้ง แต่ J ก็แอบรู้มาว่า Inoran จะเป็นคนคอยมาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ Ken เป็นยังไง สุขสบายอยู่รึเปล่า?


“คุณ Ken!!” ลูกศิษย์วัดที่กำลังกวาดใบไม้อยู่ตรงลานกว้าง ตะโกนเสียงลั่นออกมาอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มหน้าแมวเดินเข้ามา


“เออๆ ไม่ต้องแหกปาก แล้วตอนนี้พ่อกูอยู่ไหน?” Ken โบกมือไล่ ดูท่าทางจะทำใจได้มากกว่าเดิม


“อยู่ที่โบสถ์ครับ”


สองหนุ่มบ่ายหน้าไปยังโบสถ์ ซึ่งประดิษฐานไว้ด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดใหญ่ และเป็นทองคำบริสุทธิ์ทั้งองค์ ภายในโบสถ์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นวิญญาณอย่าง Hyde จึงเข้าไปไม่ได้


“Hyde นายรออยู่ข้างนอก แล้วอย่าเพ่นพ่านไปไหน เดี๋ยวใครไม่รู้จัก จับไปถ่วงน้ำพอดี” J หันมาสั่งกำชับเจ้าตัวเล็ก ซึ่ง Hyde ก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี


เสียงเคาะมกเกียวแว่วมาเป็นจังหวะ เป็นเสียงที่บันดาลให้จิตใจสงบลง แต่กับ Ken แล้วคงเป็นเสียงที่สร้างแรงกดดันอย่างแสนสาหัส ชายหนุ่มเปิดประตูบานเลื่อน พลางขยับจะก้าวขาเข้าไป


โป๊ก
!!!


“โอ๊ยยย!!” ยังไม่ทันได้ก้าวผ่านธรณีประตู ของบางอย่างก็ลอยฝ่าอากาศปะทะเข้ากลางหน้าผาก Ken อย่างจัง ที่แท้ก็เป็นไม้เคาะมกเกียวในมือเจ้าอาวาสนั่นเอง


“มึงจะกลับมาทำไม??” เสียงแข็งแผดก้องตามมา ขณะที่ Ken กำลังยกมือลูบหน้าผาก


“เอาเป็นว่าเป็นธุระสำคัญแล้วกัน ท่านคงทราบเรื่องที่เกิดกับเจ้าบ้านรุ่นนี้แล้ว” J รีบไกล่เกลี่ย พร้อมกับพูดเข้าประเด็นทันที หากปล่อยให