[JH] Haunted House : 6-1

posted on 07 May 2012 20:39 by jhloveproject in Fiction directory Fiction

Haunted House บ้านผีเพี้ยน (ตอนใหม่ล่าุสุด)

Author : RaZen (07/5/2012)

*ไปดูปีที่ลงของตอนแรก กับตอนล่าสุดซะก่อน ห่างกันซ Foot in mouth

 

- 6 - : ปิศาจร้ายท้ายหมู่บ้าน 1

 

ทิวทัศน์ของป่าสนรกทึบ กลางหุบเขาลึกท้ายหมู่บ้าน ยังคงสงัดเงียบวังเวง และโดดเดี่ยวอ้างว้าง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ได้กักขังปิศาจร้ายเอาไว้ และห้ามมิให้ผู้ใดย่างกรายเข้ามา ศาลเพียงตาขนาดเล็กตั้งโดดเดี่ยวอยู่ข้างธารน้ำตก มันเป็นเพียงศาลเก่าคร่ำ ใกล้ผุพัง หากแต่กลับถูกพันธนาการด้วยเชือกชิเมนาวะ[1]และเขตอาคมแข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นหนา


บริเวณโดยรอบเงียบสงัด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ กล้ำกรายเข้ามาใกล้สถานที่แห่งนี้ อณุภาพของมนตราศักดิ์สิทธิ์ที่โอบล้อมบริเวณศาล ทำให้แม้แต่วิญญาณด้วยกันเองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ไอหมอกสีขาวลอยอวลห้อยต่ำ ยิ่งทำให้อากาศเย็นเยียบ และน่าสะพรึงกลัว


ไม่เคยมีใครเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เนิ่นนานแล้ว แต่ผู้คนในหมู่บ้านยังคงจดจำที่นี่ได้ดี เด็กๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ และไม่เคยมีใครกล้าฝ่าฝืน


นอกเสียจากเด็กกลุ่มหนึ่ง ทายาทของผู้นำหมู่บ้าน พวกเขาและเพื่อนเคยเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ และนับจากวันนั้นปิศาจในศาลร้างก็เฝ้ารอคอย ให้เด็กกลุ่มนั้นกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง...




“ที่นี่เหรอครับอาจารย์?” เจ้าหนุ่มร่างเล็กรูพรุน ติดตามอยู่ด้านหลังชายหนุ่มร่างบางด้วยท่าทางหวาดๆ เมื่อตนกำลังจะย่างกรายเข้ามาในสถานที่ต้องห้ามแห่งนี้เป็นครั้งแรก


“อื้ม” Inoran ขานรับไปเบาๆ พลางจ้องมองไปยังสถานที่เบื้องหน้า ที่แห่งนี้ยังคงให้ความรู้สึกกดดันหนักอึ้ง และเต็มไปด้วยความชั่วร้ายของพลังอำนาจที่แผ่ออกมา พลังงานเลวร้ายรั่วไหลออกมามากกว่าที่คิด


“รีบทำพิธีดีกว่า จะได้รีบกลับ” Inoran หันไปสั่งความ เพื่อให้ Kyo ตั้งโต๊ะทำพิธี สถานที่กักขังปิศาจแห่งนี้ ถูกทิ้งรกร้างมาเนิ่นนาน และอาคมศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สะกดวิญญาณร้าย จะเสื่อมลงทุกๆ 50 ปี ดังนั้นผู้นำตระกูลในทุกรุ่น จะต้องมาเสริมผนึกให้แข็งแกร่ง และในรุ่นนี้ Inoran คือผู้ที่จะเข้ามาทำพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้


เมื่อโต๊ะทำพิธีถูกตั้งเตรียมพร้อม Inoran จึงหันไปสั่งให้ Kyo ถอยออกไปอยู่ห่างๆ เพื่อความปลอดภัย ชายหนุ่มเริ่มสวดมนต์ และปลุกเสกเชือกชิเมนาวะเส้นใหม่ สำหรับนำไปคล้องแทนเส้นเก่า พิธีนี้จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด และผู้ทำพิธีจะต้องมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งมากพอจะสะกดวิญญาณร้ายนั้นให้สงบนิ่งขณะเปลี่ยนเชือกชิเมนาวะเส้นใหม่


หาไม่แล้ว...พลังงานชั่วร้ายที่รั่วไหลออกมา จะเข้าครอบงำผู้ทำพิธี จนสูญเสียสติและความนึกคิดของตัวเอง
 




โตเกียว คฤหาสน์สไตล์อิตาเลี่ยน ชานเมืองฮาจิโอจิ


“ไอ้ J มึงไม่อยากกลับไปหมู่บ้านบ้างเหรอ?” อยู่ดีๆ Ken ก็เอ่ยปากถึงหมู่บ้านที่ตนจากมา ทั้งๆที่ร้อยวันพันปี มันไม่เคยพูดถึงการกลับไปเยือนหมู่บ้านมาก่อน จน J ต้องเหล่ตามองอย่างรู้เท่าทัน


“กูไม่อยาก มึงอยากกลับก็กลับไปคนเดียวสิวะ” J ยกหนังสือขึ้นมาบังหน้า เพราะรู้ดีว่า Ken เอ่ยปากถึงหมู่บ้านทำไม ก็ในเมื่อ Inoran ไม่ได้มาโตเกียวหลายเดือนแล้ว


“แต่มึงไม่คิดถึงญาติๆ มึงบ้างรึไง?” Ken รีบขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ


“ไม่คิด” J ตอบสั้นๆ พร้อมกับเขยิบหนีห่างออกไป


“มึงนี่มันใจดำจริงๆ เลยนะ ป่านนี้พ่อแม่มึงคงคิดถึงมึงมาก มึงก็น่าจะกลับไปให้ท่านเห็นหน้าสักหน่อย”


“แล้วพ่อมึงไม่คิดถึงมึงเลยรึไง ? มึงไม่ต้องเที่ยวเอาพ่อแม่กูมาอ้างเลยนะ มึงอยากเจอหน้า Kiyo มึงก็บอกมาตรงๆ” J ชักจะรำคาญเจ้าเพื่อนหน้าแมวมากขึ้นทุกที ตั้งแต่วันที่มันสารภาพรักกับ Inoran เมื่อคราวก่อน ความสัมพันธ์ของคู่นี้ ก็ดูจะไม่ได้พัฒนาไปถึงไหนเลย


เพราะยังไง Inoran ซึ่งขึ้นเป็นผู้นำตระกูลก็ต้องกลับไปอยู่ที่หมู่บ้าน แล้ว Ken ซึ่งเกลียดหมู่บ้านไสยศาสตร์นั่นอย่างกับอะไรดี ก็ไม่กล้ากลับไป เพราะตอนที่ออกจากหมู่บ้านมา Ken ปฏิญาณไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปอีก แต่ถ้าอยู่ดีๆ ไปเทียวไล้เทียวขื่อ กลับไปบ่อยๆ ก็กลัวจะโดนพ่อซึ่งเป็นเจ้าอาวาสประจำหมู่บ้านจับบวชเป็นพระขึ้นมา


“เออ...กูอยากเจอหน้า Ino ถ้ามึงไม่กลับไป มึงก็โทรตามให้เขามาโตเกียวสิ” Ken รีบยัดโทรศัพท์มือถือใส่มือ J ไปทันที


“แล้วมึงโทรเองไม่ได้เหรอ?” J โยนโทรศัพท์กลับคืน


“กูโทรของกูทุกวัน แต่ 2-3 วันมานี้ Ino ไม่ยอมรับโทรศัพท์เลย ไม่รู้จะงอนอะไรกูอีกรึเปล่า?”


“แล้วมึงไปทำอะไรให้ Kiyo ไม่พอใจล่ะวะ?” J ลองถามเพราะรู้ดีว่า Inoran มีนิสัยนิ่งๆ เงียบๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นพวกคาดเดาอารมณ์ยาก เวลาโกรธก็จะใช้วิธีบึ้งตึงนิ่งเงียบ จนคนถูกโกรธยังไม่รู้ตัวเลยว่าไปทำอะไรให้ตอนไหน


“กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะว้อย!! พอ Ino กลับไปหมู่บ้าน กูก็โทรหาทุกวัน ถึงจะได้คุยแค่วันละนิดละหน่อยก็ยังดี”


“อาจจะงอนเรื่องที่มึงเอาแต่โทรไม่ยอมไปหารึเปล่า ?” J ลองเดาไปเรื่อยเปื่อย เพราะทุกวันนี้ Ken ก็ยังรอให้ Inoran มาที่โตเกียว แต่ตัวเองไม่เคยมีความคิดจะโผล่หน้าไปหา


“มึงก็เช็คให้กูหน่อยดิวะ เนี่ยโทรเลย แล้วใช้เบอร์มึงนะ เผื่อ Ino งอนจริง อาจไม่ยอมรับสายกูก็ได้” Ken รีบคะยั้นคะยอมาอีกที จน J ต้องถอนหายใจอย่างเซ็งจิต ขยับจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง หากแต่มันก็ดันแผดเสียงก้องขึ้นมาเสียก่อน แถมเบอร์ที่โชว์ยังเป็นเบอร์จากบ้านเขาในอิวาเทะอีกต่างหาก


J ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะร้อยวันพันปีคนที่บ้านจะไม่เคยติดต่อมาหาเขาโดยตรง หากมีธุระอะไรสำคัญ Inoran จะเป็นคนโทรมาบอก หรือมาหาเขาด้วยตัวเอง J ยกมือปรามให้ Ken เงียบเสียง แม้จะลังเลแต่สุดท้าย J ก็ต้องยอมรับสายอยู่ดี


“Moshi Moshi”


“Jun” เสียงหญิงสาวมีอายุเรียกชื่อเขากลับมา ทำให้ J รู้ได้ทันทีว่าเป็นท่านแม่ของเขา ชายหนุ่มลอบบีบหว่างคิ้วเบาๆ เพราะไม่รู้ว่าคราวนี้แม่จะโทรมาเรื่องอะไรอีก คงไม่ใช่เรื่องให้กลับไปทำลูกรอบสองหรอกนะ


“ครับ” J ขานรับไปเบาๆ


“Kiyonobu กำลังไปหาแกที่โตเกียว...” เมื่อผู้เป็นมารดาเริ่มอธิบาย J ก็ขยับลุกยืนเดินตีหน้าเครียดไปคุยโทรศัพท์อีกทาง เพื่อไม่ต้องการให้ใครรบกวน เรื่องราวที่ได้รับฟังทำเอาชายหนุ่มหน้าเผือดสี นี่นับเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นในหมู่บ้านเลยก็เป็นได้


“หาทางทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ให้เร็วที่สุด” ผู้เป็นมารดาสั่งความมาครั้งสุดท้าย ก่อนจะวางสายไป J ยืนนิ่งพลางกัดริมฝีปากเบาๆ


จะต้องทำยังไงเขาเองก็ยังคิดไม่ออก...
 


J ถอนหายใจยาว พลางสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ เขาไม่อยากให้ Ken รู้ว่าที่หมู่บ้านเกิดเรื่องร้ายแรงอะไร เพราะยังไงตอนนี้ก็คงต้องรอให้ Inoran มาถึงก่อนอยู่ดี แล้วค่อยลองหาทางเอา


“มีเรื่องอะไรวะ ? หน้ามึงเป็นส้นตีนเลยเมื่อกี้” Ken รีบถามเมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับเข้ามาในห้องพักผ่อนอีกครั้ง


“แม่โทรมาบ่นอะไรตามประสาคนแก่น่ะ เออ...แล้วมึงก็ไม่ต้องโทรไปหา Kiyo แล้วนะ เพราะตอนนี้ Kiyo กำลังมาโตเกียว”


“จริงเหรอวะ?!” Ken ร้องถามหน้าตาตื่น แทบจะเก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่อยู่


“แล้วจะมากี่วัน อยู่นานแค่ไหน? จะกลับเมื่อไหร่?” เจ้าหนุ่มหน้าแมวรีบรัวถามไปไม่ยั้ง ในใจก็คิดวางแผนต้อนรับต่างๆ นานา จะชวนไปดินเนอร์กันสองต่อสองที่ไหนดี หรือจะชวนไปเดินเล่นช้อปปิ้งในเมือง ไม่ว่า Inoran อยากได้อะไร ป๋าเคนจะใจป้ำจ่ายให้ทุกอย่าง


“มึงรอมัน